การแก้ปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิค ( ปวช.,ปวส.เทคนิค เทคโนโลยี)

การแก้ปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิค ( ปวช.,ปวส.เทคนิค )


เกือบ 20 ปีมาแล้วที่บริษัท โรงงาน#ขาดแคลนบุคลากรที่จบการศึกษาวุฒิปวช.,ปวส. สายเทคนิค เทคโนโลยี เช่น ด้านช่างเทคนิคการผลิต ไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างยนต์ ช่างแมคคาทรอนิกส์ ช่างกลโรงงาน ช่างเชื่อม ช่างกลึง ช่างเทคนิคโลหะ ช่างพลาสติก ช่างปิโตรเคมี ช่างปิโตรเลียม ช่างโยธา ช่างสำรวจ ช่างก่อสร้าง ช่างแม่พิมพ์ ช่างเขียนแบบ ฯลฯ


สายเหตุหลักๆที่ขาดแคลนพนักงานที่จบวุฒิ ปวช.,ปวส. มาจาก 3 สาเหตุใหญ่คือ


1. มีน้องที่เป็น#นร.นิยมเรียนสาสายสามัญเพื่อมุ่งสู่ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีโดยตรง เพราะเป็นค่านิยมที่ทุกคนต้องจบและได้ปริญญาตรี โดยมีสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยทั้งที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่มากมายทั้งของภาครัฐและเอกชน อีกส่วนหนึ่งมาจากสถาบันเดิมเปิดหรือขยายสาขาต่างๆเช่น มศว.และ มรภ.ในอดีตส่วนมากจะเปิดสอนด้านวิชาครู แต่เดี๋ยวนี้ได้เปิดสอนในทุกสาขาแล้วทั้งสายสังคมศาสตร์ แพทย์ศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี


2. โครงการค่าจ้างเงินเดือนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน#ไม่เหมาะสมและรองรับการจ้างงานของผู้ที่จบการศึกษา ปวช.,ปวส.สายช่างเทคนิค ซึ่งเวลารับเข้าทำงานทั้งในส่วนโรงงาน และสำนักงานต่างๆ เราจะเรียกบุคลากรเหล่านี้ว่าช่างเทคนิค ซึ่งมี#ค่าจ้างเริ่มต้นตามวุฒิที่เป็นเงินเดือนพื้นฐานนั้นจะต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมากเมื่อเทียบกับผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จึงเสนอให้ปรับค่าจ้างเริ่มต้นใหม่ ดังนี้
วุฒิ ค่าจ้างเริ่มต้น (บาท) ค่าจ้างเริ่มต้นใหม่ที่ควรจะเป็น
ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ 18,000-20,000 คงเดิม
ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์/คอมพิวเตอร์ 17,000-19,000 คงเดิม
ปริญญาตรี บัญชี 15,000-16,000 15,000-17,000
ปริญญาตรี สังคมศาสตร์ 14,000-15,000 15,000-16,000
ปวส.ช่างเทคนิค 11,000-12,000 14,000-15,000
ปวช.ช่างเทคนิค 9,500-11,000 12,000-14,000

จากประสบการณ์จริงของผมเมื่อ2-3 ปี ที่แล้ว #ผมจ่ายค่าจ้างเริ่มต้นคนจบปวช.ช่างเทคนิคเดือนละ 12,000บาท #จ่ายคนจบปวส.ช่างเทคนิคเดือนละ 15,000 บาท แค่นี้แหละผมสามารถหาช่างเทคนิคดีๆได้ง่ายแทบไม่ต้องใช้เวลารับสมัครคนเลยเพราะคนในโรงงาน ต่างรีบไปแจ้งญาติพี่น้อง คนรู้จักมาสมัครกัน และหลังจากนั้นช่างเทคนิคการไม่มีใครลาออกเนื่องจากผมปรับโครงสร้างกลุ่มคนที่จบวุฒิปวช. ปวท. ปวส. ทั้งหมดด้วย

ดังนั้นเมื่อปรับค่าจ้างเริ่มต้นใหม่แล้ว ฝ่ายนายจ้างโดยฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ( HR )ต้องปรับโครงสร้างค่าจ้างขององค์กรตนเองด้วย โดยอาจจะเริ่มจากสมาคมการจัดงานบุคคลแห่งประเทศไทย ( PMAT ) แล้วนำเสนอต่อสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอนุมัติ
หากเอกชนไม่สามารถเริ่มทำได้ ทางภาครัฐอาจจะเริ่มจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นคนร่างโคงการแล้วนำเสนอต่อสำนักงาน กพ. รับไปทำต่อแล้วนำเสนอรัฐบาลโดยครม.พิจารณาแล้วประกาศใช้กับหน่วยงานภาคราชการและรัฐวิสาหกิจ เหมือนสมัยก่อนที่รัฐบาลประการค่าจ้างเริ่มต้นผู้สำเร็จการศึกษาวุฒิปริญญาตรีที่ให้เริ่มต้นที่เดือนละ 15,000 บาท ซึ่งหลังจากนั้นเอกชนก็ต้องตามราชการโดยอัติโนมัติ

3. #ปัญหานักเรียน(นักเลง)ตีกัน รุมตี ฆ่า รุมฆ่ากันตาย ให้แก้ดังนี้
3.1 ออกนโยบายชัดเจนห้ามเด็ดขาดในการเป็นนักเรียนช่างกล ช่างเทคนิค ออกแนวนักเลงตีกัน รุมตี รุมทำร้าย รุมฆ่า การห้ามไม่ให้ตีกันหากตำรวจมีกำลังไม่เพียงพอให้นำกำลังทหารไปฝึกเพิ่มแล้วนำมาเป็นกำลังเฉพาะกิจ( ฉก.ปราบนักเรียนนักเลง รวมทั้งเด็กแว๊น) จนกว่าจะปราบและห้ามได้โดยเด็ดขาดและรักษาสถานภาพการปลอดนักเรียนนักเลง เด็กแว๊นไปอีก 10 ปี จึงค่อยพิจารณาว่าสามารถยกเลิก
3.2 ประกาศนโยบายว่าหากยังมีเรื่องตีกันจะถูกลบชื่อโรงเรียน หรือวิทยาลัยออก พร้อมทั้งชุด นร.นศ.โลโก้ สัญลักษณ์ รูปปั้น ต่าง ต้องใช้ชื่อสถาบัน ชุด นร.นศ. สัญลักษณ์เดียวกันหมด ไม่ให้มีความแตกต่างกัน เพื่อไม่ให้มีการแบ่งแยกพรรคพวก กลุ่ม ก๊ก แก๊งค์ตนเอง โดยให้ระบุชื่อสถาบันในใบประกาศนียบัตร transcript เพื่อแยกแยะหรือบ่งชี้ว่าใครจบการศึกษาที่สถาบันไหนให้นายจ้างเลือกคนเข้าทำงานได้ง่ายขึ้น
3.3 ให้ยกเลิกการนำแก๊งค์นักเรียนนักเลงที่ก่อเหตุไปเข้าอบรมสร้างความสามัคคีในค่ายทหารอีกเป็นอันขาด เพราะค่ายทหารเป็นบ่อเกิดของการรักพรรครักพวกตนเองเพื่อรวมพลังต่อต้านและเอาคืนฝ่ายตรงข้าม แต่ให้นำนร.นักเลงที่ก่อเหตุไปส่งให้วัดที่เข้มงวดเหมือนหลวงพ่อพระพะยอม หรือ สำนักปฏิบัติธรรมต่างๆเป็นผู้ดูแลและสอนแนวปฏิบัติ โดยให้กองทหารชุดเฉพาะกิจไปตั้งเต้นเพื่อรักษาความปลอดภัย 24 ช.ม.
3.4 การก่อเหตุแต่ละครั้งให้ลงโทษสถานหนักโดยการเฆี่ยนตีด้วยหวายเหมือนหลายๆประเทศเช่นสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย อิหร่าน ซาอุดิอาราเบีย แล้วเมื่อแผลหายให้นำไปปฏิบัติธรรมในวัดที่มีการสอนสมาธิที่ดี และบางคนหากทำผิดร้ายแรงจะต้องปฏิบัติธรรมไปตลอดชีวิต ส่วนจะให้มีการบวชเป็นพระหรือสามเณรกี่ปีนั้นก็ให้พิจารณาอีกที ซึ่งการให้บวชเณรหรือบวชพระอย่างองคุลิมาร นั้น ถือว่าหากทำได้ดีตั้งใจเรียนศึกษา และฝึกธรรมอย่างเคร่งครัดนี้สามารถใช้ทดแทนการต้องไปอยู่บ้านกักกันเด็กชายหรือผู้ที่ยังไม่สามารถบรรลุนิติภาวะได้ การนำไปอยู่วัดจะต้องให้คอยดูแลและช่วยเหลืองานศพที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือการถูกทำร้าย เพื่อให้บรรลุสัจจธรรมของชีวิตและการบวชเป็นพระและศึกษาธรรมแล้วใส่จีวรไปเรียนแล้วมีทั้งพระพี่เลี้ยงนำไปและมีกำลังทหารคอยดูแลและคุ้มกันทั้งไม่ให้หลบหนีและป้องกันสถาบันอื่นมาทำร้ายด้วย การทำแบบนี้เมื่อจบการเรียนและได้ใช้การบวชทดแทนการทำผิดครบแล้วเวลาไปสมัครงาน โอกาสจะเป็นคนดีคนเก่งมีมาก
3.5 ส่วนปัจจุบันยังมีอีก 2 สถาบันที่ยกฐานะขึ้นเป็นระดับอุดมศึกษามีการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ขึ้นไป ทั้งที่สถาบันอื่นๆที่ยกระดับขึ้นเป็นระดับปัญญาชนแล้วเช่น มรท.ต่างๆทั้งที่พระนครเหนือ หรือ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพเดิม หรือ วิทยาลัยเพาะช่าง ไม่มีที่ไหนตีหรือฆ่ากันแล้ว แต่ยังเหลือคู่กรณี 2 สถาบันซึ่งมีผลการศึกษาดีมากแต่นิสัยนศ.กลุ่มหนึ่งที่มีจำนวนไม่มากยังคอยทำร้ายกันไปมาระหว่าง ต้องออกประกาศให้ชัดเจนให้นศ.ที่เรียนอยู่หรือเข้ามาเรียนจะต้องเซนรับทราบว่า หากมีการทำร้าย ตี หรือ ฆ่ากันอีกแค่ครั้งต่อไปเมื่อไหร่ จะต้อง#ย้ายสถาบันทั้ง 2 แห่งนี้ออกไปโดยจับฉลากให้ไปอยู่ในรั้วโรงเรียนนายร้อย จปร. ที่จ.นครนายก กับ #อีกสถาบัน 1 ให้ไปอยู่ในรั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่สามพราน ซึ่งโรงเรียนนายร้อย2 แห่งนี้โดยเฉพาะรร.จปร.จากเดิมอยู่ใจกลางกทม.ยิ่งกว่า 2 สถาบันนี้อีก ส่วนสถานที่ตั้งของ 2 สถาบันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นที่ดินของจุฬาลงกรณ์ทั้ง2 แห่งหรือไม่ แต่ไม่ว่ากรณีไหนเนื่องสถานที่ดีมากที่เป็นทำเลทองในการทำธุรกิจ ดังนั้นจะต้องแบ่งรายได้ในการให้เช่าหรือการขายเอาไปให้ 2 สถาบันนี้เอาไปเป็นสวัสดิการแก่ทั้ง นศ. พนักงาน ขรก. คณะอาจารย์ที่จะต้องย้ายไปอยู่นครนายกหรือสามพรานเพื่ออาจจะซื้อบ้านหรือคอนโด หรือแม้แต่ทุนการศึกษา หรืออุปกรณ์เครื่องมือในการสอน

ขอจบแค่นี้ก่อนเกรงว่าหากเขียนให้ครบทุกประเด็นเนื้อหาจะเยอะมาก